บพค.เผยความคืบหน้าพัฒนากำลังคนด้าน 'ววน.' เพื่อขับเคลื่อนประเทศ

บพค.เผยความคืบหน้าพัฒนากำลังคนด้าน 'ววน.' เพื่อขับเคลื่อนประเทศ

บพค. เป็นหน่วยงานที่ส่งเสริมการพัฒนาคนให้มีความสามารถและทักษะสำคัญเพื่อสนับสนุนขับเคลื่อนประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม โดยใช้งบประมาณในปี 2563 จำนวน 877.11 ล้านบาท สนับสนุน 5 โปรแกรมหลัก 

กัญญวิมว์ กีรติกร ผู้อำนวยการหน่วยบริหารและจัดการทุนด้านการพัฒนากำลังคน และทุนด้านการพัฒนาสถาบันอุดมศึกษาการวิจัยและการสร้างนวัตกรรม (บพค.) กล่าวว่า ทั้ง 5 โปรแกรม ประกอบด้วย การสร้างและผลิตกำลังคนด้านวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ผ่านการสร้างให้เกิดระบบการบ่มเพาะนักวิจัยหลังปริญญาเอก หลังปริญญาโท และนักศึกษาระดับปริญญาโท ที่พร้อมทำงานวิจัยที่ตอบโจทย์อุตสาหกรรม โดยมีมหาวิทยาลัยและสถาบันการวิจัยจำนวนหนึ่ง ได้รับเป็นแหล่งบ่มเพาะนักวิจัยรุ่นใหม่และนักศึกษาให้ทำวิจัยด้วยโจทย์ของภาคอุตสาหกรรมสาขาที่สำคัญของประเทศ 

เช่น อุตสาหกรรมพลังงาน/ปิโตรเคมี อุตสาหกรรมฐานชีวภาพ อุตสาหกรรมเกษตรและอาหาร รวมทั้งได้รับการ mentor จากทั้งอาจารย์ นักวิจัยภาครัฐ และภาคเอกชน ทำให้นักวิจัยรุ่นใหม่และนักศึกษาที่ผ่านการบ่มเพราะนี้มีทักษะในการทำงานกับภาคอุตสาหกรรม การทำวิจัยแบบทีมเวิร์ค ฝึกการสื่อสาร เข้าใจกระบวนการทำงานจริงของอุตสาหกรรมเกิดระบบการสร้างนักวิจัยคุณภาพสูงเพื่ออุตสาหกรรม
162177299874
 
รวมทั้งภาคอุตสาหกรรมที่เข้าร่วมโครงการจะได้ประโยชน์จากงานวิจัย การส่งเสริมปัญญาประดิษฐ์เป็นฐานขับเคลื่อนประเทศในอนาคต (AI for All) สนับสนุนระบบและกลไกในการสร้างความตระหนัก แรงบันดาลใจให้คนทุกระดับ และสนับสนุนระบบการพัฒนากำลังคนที่สามารถพัฒนาและใช้เครื่องมือทางปัญญาประดิษฐ์ในงานที่ทำอยู่ ผ่าน 5 กลุ่มเป้าหมาย คือ 1.สร้างความรู้ ความเข้าใจและกระแสความสนใจเรื่องปัญญาประดิษฐ์สำหรับทุกคน (AI Thai Smart) มีวัตถุประสงค์ที่จะสร้างความสนใจและการตระหนักรู้เรื่อง AI ในชีวิตประจำวัน ให้เห็นประโยชน์และรู้เท่าทันถึงความเกี่ยวข้องและผลกระทบของ AI ที่เกิดขึ้นแล้ว ทั้งประโยชน์ที่ได้และข้อพึงระวัง
2.พัฒนาครูและสร้างความเข้าใจและพื้นฐานการศึกษาด้านปัญญาประดิษฐ์ให้กับเด็กและเยาวชน (AI@School) เพื่อส่งเสริมการเรียนปัญญาประดิษฐ์ในโรงเรียน โดยการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (ปีที่ 4-6) ทั่วประเทศ ให้เข้าใจพื้นฐานเรื่องวิทยาศาสตร์ข้อมูลและปัญญาประดิษฐ์ ใช้กลไกการเรียนรู้แบบมีประสบการณ์ปฏิบัติจริง ผ่านการแนะนำของคุณครูที่มีความสามารถ 3. สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มความสามารถ ต้องการเป็นนวัตกร การเข้าร่วมโครงการ Super AI Engineer จะได้รับการอบรมเพื่อเพิ่มความรู้ทักษะเกี่ยวกับเทคโนโลยีล่าสุดทางด้าน AI และมีโอกาสทดลองประยุกต์ใช้กับโจทย์จริง รวมทั้งได้รับโอกาสให้ฝึกงานกับบริษัทที่ใช้ AI 4.สำหรับภาคธุรกิจ จะได้ทำงานกับนักวิจัยและพัฒนาขั้นสูง เพื่อประยุกต์ AI เข้ากับวิทยาการหุ่นยนต์ ตอบโจทย์ภาคการผลิตและบริการ ผ่านการค้นคว้าวิจัย พร้อมกับพัฒนาบุคลากรในระดับนักศึกษา นักวิจัย และผู้ที่ทำงานอยู่แล้ว
และ 5.สำหรับนักเรียนที่สนใจนักศึกษาและที่มีใจรักและมีทักษะด้านการประดิษฐ์ การแข่งขันประดิษฐ์หุ่นยนต์เพื่อการเกษตร Smart Agricultural Robot Contest  เป็นเวทีที่ท้าทายสำหรับนิสิตนักศึกษาและนักเรียนอาชีวะที่จะใช้เทคโนโลยีหุ่นยนต์เคลื่อนที่อัตโนมัติและระบบปัญญาประดิษฐ์มาช่วยการทำเกษตร ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และส่งเสริมสถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาหรืออาชีวศึกษาในท้องถิ่นหลากหลาย โดยในระยะเวลาการดำเนินงาน 6 เดือน ได้พัฒนาทักษะความรู้ความเข้าใจของกลุ่มเป้าหมายกว่าสามหมื่นคน
162177304476
การส่งเสริมการวิจัยขั้นแนวหน้าและการวิจัยพื้นฐานที่ประเทศมีศักยภาพ ประกอบด้วย 4 แผนงานสำคัญ คือ 1.ข้อริเริ่มการวิจัยขั้นแนวหน้าประเทศไทย โดยในปี 2563 สามารถผลิตทีมวิจัยที่เข้มแข็ง ทางด้านชีวการแพทย์ ด้านวัสดุศาสตร์ ด้านวิทยาศาสตร์กายภาพและวิศวกรรมศาสตร์ ด้านคณิตศาสตร์ และด้านชีววิวทยา ส่งเสริมการทำงานเป็น consortium ทำโจทย์ขนาดใหญ่ของนักวิทยาศาสตร์และวิศวกรขั้นสูง โดยจะใช้เวลา 3 ปี ในการสร้างดาวเทียมโคจรรอบโลก ตั้งแต่การออบแบบ สร้างและส่งขึ้นวงโคจร ผ่านการทำงานร่วมกับนานาชาติที่มีความเชี่ยวชาญเพื่อให้เกิดการดูดซับเทคโนโลยี พัฒนานักวิจัยและวิศวกรขั้นสูง รวมทั้งสร้างเทคโนโลยีด้าน Optics สำหรับ Earth Observation Telescope ที่จะได้รับการติดตั้งบนดาวเทียมโคจรรอบโลก
ซึ่ง บพค. สนับสนุนทั้ง กลุ่มวิจัยควอนตัมเชิงลึก ที่ดำเนินการวิจัยตามแผนที่นำทางด้านเทคโนโลยีควอนตัมของประเทศ  ซึ่งประกอบด้วยงานวิจัยควอนตัม 3 ด้าน ได้แก่ 1. มาตรวิทยาและการวัดเชิงควอนตัม 2.การสื่อสารเชิงควอนตัม และ 3.การคำนวณและการจำลองเชิงควอนตัม โดยในระยะแรก (3 ปี) มีวัตถุประสงค์พัฒนาต้นแบบ quantum devices/algorithms และคาดว่าจะพัฒนาให้เกิดการใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อีกใน 6 – 10 ปี ส่วนอีกกลุ่มคือกลุ่มควอนตัมประยุกต์ ที่นำเสนอโครงการนำร่องในการพัฒนาวัสดุและอุปกรณ์เซ็นเซอร์โดยอาศัยหลักการต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับปรากฏการณ์ควอนตัม เช่น อุปกรณ์ตรวจวัตถุระเบิด อุปกรณ์ตรวจจับสารชีวภาพโฟโตนิกส์ซิลิคอน  อุปกรณ์ตรวจจับแสง สัญญาณไฟฟ้าและแม่เหล็กความไวสูง  
การสนับสนุนงานวิจัยของทั้งสองกลุ่มนี้ เป็นการสร้างเครือข่ายวิจัยเทคโนโลยีควอนตัมเพื่อทำงานร่วมกัน เกิดการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และเกิดนักวิจัยรุ่นใหม่ที่สามารถรองรับการวิจัยด้านควอนตัมของประเทศได้อย่างต่อเนื่อง นอกจากนั้น บพค.ตระหนักว่าในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โจทย์ใหม่ ๆ และโจทย์สหสาขาทางด้านที่เกี่ยวกับมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์และศิลปกรรมศาสตร์ 
มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการปรับตัวทางสังคมและการอยู่ร่วมกัน โดยในปี 2563 ส่งเสริมทีมวิจัยด้านมนุษยศาสตร์ที่เกี่ยวกับสังคมดิจิทัล ด้านพหุสังคม ด้านศิลปกรรม และด้านประวัติศาสตร์  โดยการพัฒนาบุคลากรข้างต้นจะสามารถช่วยสร้างองค์ความรู้และความรู้เชิงประยุกต์ทางด้านมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ และศิลปกรรมศาสตร์ ที่สามารถใช้ในการพัฒนามนุษย์และแก้ไขปัญหาสังคมได้ และเชื่อว่าจะนำไปสู่แนวความคิดเชิงนโยบายให้ประเทศมีความสามารถในการรับมือต่อการเปลี่ยนแปลงของอนาคต
162177306692
ในช่วงของสถานการณ์การระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (COVID-19) อว.ได้กำหนดนโยบายในการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์การระบาดของโรค COVID-19 ซึ่งยังไม่มีความแน่นอนว่าจะเป็นการระบาดยืดเยื้อยาวนานทำให้ต้องมีการวางแผนรับมือในระยะยาว บพค. จึงได้สนับสนุน การแก้ปัญหาวิกฤติเร่งด่วนของประเทศ ผ่านการวิจัย Frontier Research และการพัฒนาระบบการสร้างความสามารถเพื่อรองรับสถานการณ์โรค COVID-19 โดยดำเนินการวิจัยอย่างเร่งด่วนในลักษณะ consortium เพื่อประเมินแบบจำลอง (model) สำหรับการวางแผนในการรับมือการแพร่ระบาดของโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ COVID-19 และแบบจำลองทางด้านผลกระทบสำหรับการวางแผนของนโยบายของประเทศ ซึ่งคณะผู้วิจัยนำเสนอรายงานผลการวิจัยดังกล่าวต่อที่ประชุมของผู้กำหนดนโยบายสาธารณสุขทั้งในและต่างประเทศ เพื่อใช้ประโยชน์ในวางแผนรับมือการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 หรือโรคระบาดอื่น ๆ ในอนาคต รวมทั้งวางแผนนโยบายของประเทศให้เกิดความปลอดภัยสูงสุดต่อประชากรต่อไป
บพค. สนับสนุนการสร้างพันธมิตรระหว่างนักวิจัยไทยกับต่างประเทศ เพื่อให้เกิดความร่วมมืออย่างไร้ขอบเขตผ่านโครงการพัฒนาเครือข่ายความร่วมมือนานาชาติ  เพื่อสร้างความเป็นเลิศทางการวิจัยและงานวิจัยที่มีผลกระทบสูงของมหาวิทยาลัยและสถาบันวิจัย ให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างกัน ซึ่งถึงแม้ในช่วงปีที่ผ่านมามีการระบาดของโควิด-19 ต่อเนื่อง ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางไปต่างประเทศและเข้าประเทศไทย แต่นักวิจัยทั้งไทยและต่างประเทศก็ปรับตัวมาเป็นการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ทางออนไลน์ มีการประชุมและจัดสัมมนาร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ 
กัญญวิมว์ กล่าวว่า สำหรับงบประมาณปี 2564 บพค. ได้รับการจัดสรรงบประมาณทั้งสิ้น 1,475.25 ล้านบาท ดำเนินงานใน 8 โปรแกรม 16 แผนงาน โดยเพิ่มเติมการดำเนินงานจากปี 2563 อีก 3 โปรแกรม  คือ การผลิตกำลังคนระดับสูงรองรับ EEC และระบบเศรษฐกิจสังคมของประเทศ การส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิตและพัฒนาทักษะเพื่ออนาคต และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการวิจัยที่สำคัญ